[BBfic] Lose Control Cp.3

posted on 01 May 2012 18:59 by whatever-kat  in Fiction

Title : Lose Control

Status: Chapter3

Pairing: TEMG

Genre: Yaoi, AU, POV

Rate: PG-15

-------------------------------------------------------

ฟิกอาจารย์เสียคนมาแย้ววววว

------------------------------------------------------

 

                พวกเรานั่งอยู่ในรถ แม้ว่าตอนนี้จะมาถึงอพาร์ทเมนต์ผมแล้วก็ตาม ผมไม่แน่ใจว่าควรจะทำอะไรต่อ เหตุการณ์เมื่อครู่มันเลวร้าย มันทำให้ผมเสียการควบคุม ผมจูบเด็กนั่น... และผมก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองจะไปจบที่ตรงไหน แอบเหลือบสายตามองไปทางควอนจียง เขายังคงนิ่ง... นิ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนผมไม่ค่อยจะแน่ใจว่าเด็กนี่รู้สึกยังไงกันแน่

                ...หรือเขาจะชอบ...

                โอ๊ย ให้ตายเถอะ แพ้ลูกอ้อนของเด็กเนี่ยนะ!

                “อาจารย์จะเข้าบ้านไหมครับ” ควอนจียงเอ่ยถามขึ้น ทำให้ผมได้สติ จึงพยักหน้าตอบเขาก่อนจะปลดล็อครถ แล้วเราก็เดินลงจากรถมา

                เด็กนี่จะเคยคบกับผู้ชายมาก่อนรึเปล่านะ ถึงได้ดูไม่สะทกสะท้านแบบนี้...

                ถ้าจะบอกว่าเคย ผมก็ไม่แปลกใจอะไรหรอก หน้าตาแบบเขาก็คงจะถูกใจผู้ชายหลายคนอื่น ทั้งตัวผอม ตัวเล็ก ผิวเนียน ผมนุ่ม ดูรวมๆก็น่ารักอยู่

                ใช่...ผมนุ่ม... มันนุ่มลื่นตอนที่ผมสอดมือไล้เข้าไปในกลุ่มผมของเขา

                หยุด!!!!

                ผมสะบัดหัวตัวเองแรงๆขณะเปิดประตูบ้านเข้าไป ควอนจียงยืนอยู่หน้าห้องนิ่งๆไม่ยอมก้าวตามเข้ามา จนผมต้องหันกลับไปมองเขา เขาจับกระเป๋าสะพายของตัวเองเอาไว้ ไปเอากระเป๋ามาตอนไหนนะ เมื่อวานยังไม่เห็นอยู่เลย แต่นั่นแหละ ทำไมไม่ยอมตามเข้ามา

                “เข้ามาสิ”

                “ถ้าอาจารย์อึดอัด ผมไม่อยู่ก็ได้นะครับ” เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะเม้มปากแน่น ทำให้ผมเสหน้ามองไปทางอื่นพร้อมกับเกาหัวแกร๊กๆ เฮ้อ จะว่าอึดอัดมันก็ใช่อยู่ แต่... จะว่าไงดีล่ะ ก็เป็นคนออกปากชวนมาเอง จะกลับคำตอนนี้ก็กระไรอยู่ แล้วเหตุการณ์น่าอึดอัดนั่นก็ความผิดผม ผมจะโทษอะไรเขาได้ที่ผมรู้สึกอึดอัด ก็ทำตัวเองทั้งนั้น

                “ไม่หรอก เข้ามาสิ” ผมเรียกให้เขาเข้ามา เขาจึงเดินเข้ามาในบ้าน แล้วผมก็ปิดประตูบ้านลง

                “เรื่องที่ห้องอาจารย์...” จียงเอ่ยขึ้นเบาๆ ทำให้ผมตัวแข็งทื่อ จะว่าอะไรผมก็เอาเลย มันความผิดผมเองที่ไม่เยือกเย็นพอ แค่ปฏิเสธเด็กมันก็สิ้นเรื่อง ดันไปดึงเข้ามาจูบซะอย่างงั้น

                “ผมขอโทษฮะ”

                .

                .

                .

                ฮะ??

                ขอโทษทำไม

                “ไม่มีอะไรต้องขอโทษหรอก” ผมบอกเขา ก่อนจะลูบแขนเขาเบาๆผ่านเสื้อโค้ทตัวหนา จียงสะดุ้งน้อยๆก่อนจะผ่อนคลายลง

                “ผมทำให้อาจารย์อึดอัด ผม... อาจารย์คงจะรู้สึกแย่ใช่ไหมครับที่จูบกับผู้ชาย” เขาว่าต่อ ทำให้ผมเบิกตากว้างขึ้น อะไรกันเด็กนี่

                “เธอรู้สึกแย่รึเปล่าล่ะ” ผมถามเขา จียงส่ายหัวให้ผมเป็นพัลวัน ผมจึงแอบลอบยิ้มกับท่าทางของเขาก่อนจะลูบหัวเขาเบาๆ แล้วดันให้เขาเงยหน้าขึ้น

                “ฉันไม่ได้รู้สึกแย่หรอกนะ ไม่ได้รังเกียจเธอสักหน่อย แต่ฉันเป็นอาจารย์ ฉันควรจะเยือกเย็นกว่านี้ต่างหากล่ะ นั่นแหละที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่” ผมอธิบายให้เขาฟัง จียงจ้องหน้าผมนิ่ง สีหน้าของเขาฉายแววประหลาดใจอยู่เล็กๆ แก้มใสขึ้นสีเรื่อไปหมด แก้มนิ่มๆนี่...

                “อาจารย์ฮะ” จียงพูดขึ้น ส่วนผมก็รีบชักมือกลับ ไม่ดี ไม่ดีเลย อยู่ในบ้านสองต่อสองกับเด็กนี่... ยิ่งเพิ่งจะจูบกันมาด้วย ผมควรจะออกไปข้างนอก

                “เอ่อ... ฉันออกไปซื้อของนะ” ผมรีบหาข้ออ้างก่อนจะเดินไปที่ประตู

                หมับ!

                แต่เด็กนั่นก็ไม่ปล่อยผมไป

                “อาจารย์ฮะ... ผมรักอาจารย์จริงๆนะครับ”

                “...”

                “ได้โปรดรักผมเถอะนะครับ” ผมค่อยๆหันไปมองเขา เขากำลังกอดเอวผมเอาไว้แน่น ซุกหน้าอยู่กับเสื้อสูทของผม เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนและสูทสีดำของผม... ร่างที่ดูเล็กไปถนัดตาจากมุมนี้เหมือนกำลังสั่นน้อยๆ

                เป็นคุณจะทำยังไง...

                เด็กที่น่าสงสารคนนี้ กำลังร้องขอความรักจากคุณ

                เด็กที่น่าสงสาร... ลูกศิษย์คนเก่งของผม ที่แสนเย่อหยิ่ง แต่กลับมีเรื่องราวแสนเศร้าอยู่ในใจ เก็บไว้เพียงลำพัง...

                เด็กที่น่าสงสาร ที่ดูน่ารักเมื่อยามยิ้ม และผมก็เพิ่งจะจูบรอยยิ้มนั่นมา...

                เด็กน่าสงสาร ที่กำลังพูดขอความรัก...จากผม

                ...ผมจะมอบให้เขาได้จริงๆงั้นหรอ...

                “หยุดเถอะ” ผมพูดขึ้น ก่อนจะดึงมือเขาออก “อย่า...ทำแบบนี้เลยนะ”

                “...อาจารย์”

                “ฉันเป็นอาจารย์ของเธอนะ” ผมว่าก่อนจะดึงเขาออกห่างเบาๆ จียงเงยหน้ามองหน้าผมด้วยสายตาเว้าวอน นัยน์ตาคู่นั่นฉายแววหวาดหวั่น ราวกับกลัวว่าผมจะไล่เขาไปให้ไกล เขา...ดูน่าสงสาร ดูว้าเหว่ ดูไร้ที่พึ่ง แต่ผมต้องหยุด ผมต้องหยุดตัวเองไว้ ผมเป็นอาจารย์ของเขานะ นี่มันไม่ถูกต้องเอาซะเลย ทั้งจินตนาการลามกและไหนจะยังฉวยโอกาสจูบเด็กนี่ทั้งๆที่รู้ว่าเขาเป็นลูกศิษย์ นี่มันแย่ นี่มันแย่มากๆ ผมไม่ควรจะเสียความเยือกเย็นไปแบบนี้เลย

                “ผมไม่แคร์” เขาตอบผมกลับก่อนจะเข้ากอดผมอีกครั้ง เขากอดผมไว้แน่นจนไหล่บางนั่นสั่นไหว ผมกลั้นหายใจไว้ พยายามไม่นึกถึงกลิ่นของเขาที่ผมสัมผัสได้เมื่อตอนเย็น ยามที่ริมฝีปากของเราประกบกัน ผมดึงเขาออกก่อนจะจับไหล่เขาไว้แน่น

                “จียง เธอคิดให้ดีนะ ว่าเรื่องนี้มันสมควรแล้วหรอ” ผมว่าก่อนจะปล่อยมือ ไหล่บางห่อลงอย่างหมดกำลังใจ ผมมองดูร่างบางตรงหน้าที่ดูราวกับสิ้นหวัง ท้อแท้ มันช่างน่าสงสาร แต่ผมจะให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลเหมือนเมื่อตอนเย็นไม่ได้ ต้องโทษชเวดองอุคคนเดียวที่ทำให้จินตนาการของผมพาให้อารมณ์เตลิดอยู่เหนือความควบคุม ผมจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด

                “ครับ...” เขาตอบรับอย่างว่าง่าย ทำให้ผมถอนหายใจเฮือกออกมา ค่อยยังชั่ว...

                บางที เด็กนี้ก็อาจจะแค่เหงา ถึงได้พยายามจะยั่วผมแบบนั้น

                “ฉันจะออกไปซื้อของ เธอไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะ”

                ว่าแล้วผมก็เดินออกจากห้องทิ้งให้เด็กนั่นอยู่ในห้องผมเพียงลำพัง

 

 

                ผมค่อนข้างแน่ใจว่าผมตัดสินใจถูกเรื่องพยายามกั้นเขาให้ห่างจากผม ผมเป็นอาจารย์ นั่นเป็นเรื่องที่ผมควรจะทำ ผมตัดสินใจถูกแล้ว ควอนจียงยังเด็ก ยังวัยรุ่น การที่เขาต้องการมีอะไรกับคนที่เขาชอบ มันไม่ใช่เรื่องแปลก มันจึงเป็นเรื่องที่คนมีวุฒิภาวะสูงกว่าแบบผมควรจะหักห้ามใจ

                ...หักห้ามใจ..?

                นี่หมายความว่าจริงๆแล้วผมก็อยากทำงั้นหรอ ทำไมผมถึงได้นึกถึงคำๆนั้น

                บ้าที่สุด...

                ไม่ใช่ซะหน่อย มันต้องเป็น... ตักเตือน? ควบคุม?

                ไม่รู้แฮะ ตกลงต้องใช้คำว่าอะไร เอาเป็นว่า ผมต้องห้ามเขา ผมต้องไม่ตอบสนองเขา ผมต้องรักษาความเยือกเย็นเอาไว้

                เฮ้อ ยากจัง...

                ผมยืนอยู่หน้าประตูคอนโดตัวเอง รู้สึกเหมือนมันเป็นประตูบานใหญ่หนักอึ้ง ยากยิ่งที่จะเปิดเข้าไป เอาน่า นายจะบ้าหรอ นี่มันบ้านของนายนะ ถึงจะพยายามเตือนตัวเอง แต่ทำไมถึงได้รู้สึกเหนื่อยแบบนี้นะ

                หรือเพราะผมไม่ค่อยจะมั่นใจในตัวเองเอาซะเลย

                “กลับมาแล้วหรอครับ” ควอนจียงเอ่ยถามผมขึ้นเมื่อผมเปิดประตูเข้าไป ผมพยักหน้าตอบเขาก่อนจะวางของลงบนโต๊ะ ผมซื้อพวกขนมและน้ำนิดหน่อย จริงๆมันไม่จำเป็นต้องออกไปซื้อเลย แต่ผมแค่ต้องการเวลาในการสงบตัวเองลงเท่านั้น

                “อาบน้ำเสร็จแล้วหรอ” ผมถามเขา ซึ่งเขาก็พยักหน้าให้ผม ผมค่อยๆถอดเสื้อสูทของตัวเองวางพาดลงกับเก้าอี้ “เธอมีงานไรต้องทำไหม จะนอนดึกรึเปล่า”

                “ไม่ครับ งานผมเสร็จหมดแล้ว” เขาตอบกลับเรียบๆ สมกับเป็นนักเรียนอันดับหนึ่งจริงๆ งานเสร็จหมดแล้วเรอะ

                “งั้นเดี๋ยวฉันอาบน้ำล่ะนะ เธออยากจะกินอะไรก็หยิบได้นะ” ผมบอกก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนตัวเอง เตรียมเสื้อผ้าและผ้าขนหนูเข้าไปอาบน้ำ ผมไม่อยากจะเดินเปลือยออกมาหยิบเสื้อผ้าข้างนอกอีก มันดูราวกับผมอ่อยเด็กนั่น

                เฮ้อ นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย

                ให้ที่พักเด็กนั่นด้วยความสงสาร แต่ตอนนี้ผมกำลังรู้สึกเหมือนสงสารตัวเองยังไงชอบกล

                ผมรู้สึกเหมือนผมทำอะไรไม่ถูกเลยแฮะ ผมตัดสินใจถูกต้องแน่แล้วหรอ

 

 

                “คืนนี้เธอนอนเตียงนะ ฉันจะออกไปนอนโซฟาเอง” ผมบอกจียงขณะที่เขานั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟา ก่อนจะเดินไปหยิบงานออกมาทำต่อ

                “ครับ” เขารับคำแบบง่ายๆ ว่าง่ายแบบนี้ก็ดี

                ผมนั่งทำงานไปเรื่อยๆจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เสียงจากทีวีก็ยังคงดังตลอดโดยไม่มีเสียงเอื้อนเอ่ยใดๆจากเด็กคนนั้น จนผมทำงานเสร็จ เอ๋ นี่ก็ดึกพอสมควรแล้วนะ ผมเก็บงานให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปที่โซฟา อ้าว... หลับไปแล้วเรอะ

                ใบหน้าของเขายามหลับดูสงบอย่างไม่น่าเชื่อ ดูราวกับเด็กน้อยที่ละเรื่องทุกข์ใจทุกอย่างทิ้งไป เห็นอย่างนี้และก็โล่งใจ อย่างน้อย เขาก็ไม่ได้มีฝันร้ายตามหลอกหลอน

                ผมช้อนตัวเขาขึ้นเพื่อพาเขาไปนอนในห้องนอน ตัวเบาจริงแฮะ กินข้าวบ้างรึเปล่าเนี่ย ผมค่อยๆวางเขาลงกับเตียงช้าๆก่อนจะสะบัดผ้าห่มห่มให้เขา ควอนจียงหลับนิ่งสงบไม่รู้เรื่อง น่ารักจริงนะ

                ...น่ารัก?

                โอ๊ย ผมจะบ้าตาย

                ผมเดินออกจากห้องนอนตัวเองพร้อมหยิบผ้าห่มผืนนึงออกมาด้วย ผมปิดไฟให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปนอนที่โซฟา

                .

                .

                .

                .

                นี่มัน... กลิ่นจียง...

                กลิ่นของเขาติดรวยรินอยู่บนโซฟาผม ให้ตายสิ นี่มันเรื่องบ้าๆประเภทไหนกัน

                แล้วผมต้องนอนอยู่ตรงนี้ อยู่กับกลิ่นของเขาอย่างไม่สงบสุข

                ความทรงจำถึงรสสัมผัสรสจูบของเขามันวนเวียนอยู่ในหัวผมตลอดเวลา รวมกับถึงจินตนาการลามกของเขาที่พี่ดองอุควาดเอาไว้ให้ผม มันทำให้ผมอยู่ไม่สุขเอาซะเลย

                แล้วคืนนี้จะได้นอนไหมเนี่ย...

                กลิ่นของเขา กลิ่นหอมๆของจียง ริมฝีปากนุ่มๆของเขา

                ...กอดผมนะฮะ...

                เสียงเว้าวอนดังแผ่วเบาในความคิดผม แย่ล่ะสิ ผมยังจดจำสีหน้าของเขาได้ดี สีหน้าที่ดูราวกับ ถ้าผมไม่รักเขา โลกทั้งใบของเขาจะสลายเสียให้ได้

                ...ได้โปรด รักผมนะฮะ...

                ริมฝีปากนิ่ม เรียวลิ้นเล็กที่ตอบโต้ผม มือเล็กที่กำแน่น ลมหายใจหอบถี่แรง

                ...นะครับอาจารย์ ได้โปรดกอดผมนะครับ...

            รสชาติหวานล้ำจากจูบของเขา

                “อาจารย์ครับ” เสียงเรียกดังขึ้นทำเอาผมสะดุ้ง ผมลุกขึ้นนั่งพร้อมกับจ้องหน้าเจ้าของเสียงอย่างตกใจ ให้ตายสิ เมื่อกี้ผม.. กำลังทำอะไร นึกถึงที่พวกเราจูบกันเย็นนี้ เพื่ออะไร? เพื่ออะไร? นี่ผมเป็นพวกชอบทรมานตัวเองรึเปล่านะ

                “มีอะไรหรอ” ผมถามเขาขณะข่มเสียงให้เรียบนิ่ง เขาเม้มปากแน่นก่อนจะย่อกายลงตรงหน้าผม ผมก้มหน้ามองเขาอย่างไม่เข้าใจ คอวนจียงค่อยๆเอียงหัวลงซบกับเข่าของผม

                ให้ตาย...

                นี่เขากำลังทำอะไร...

                มาอยู่ตรงหน้าผม ย่อกายอยู่ตรงหน้าผม ซบหน้ากับเข่าผม อยู่ระหว่างขาของผม!

                นี่มันเกินไปล่ะนะ

                “เธอ...”

                “ผมนอนไม่หลับ” เขาเอ่ยแทรกขึ้นก่อนที่ผมจะได้พูดอะไร ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ที่หน้าขาผม ทำให้ผมรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง “อาจารย์ล่ะครับ”

                “ฉัน...ใกล้จะหลับล่ะ” ผมโกหกออกไป

                “ผมมากวนอาจารย์สินะครับ” น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยแฝงไปด้วยแววตัดพ้อ ทำให้ผมถอนหายใจเฮือก อย่าทำตัวน่าสงสารแบบนี้ได้ไหม ผมยิ่งจิตใจไม่สงบอยู่ด้วย

                “ไม่เป็นไรหรอก เธอมีอะไรรึเปล่า” ผมถามเขากลับ จียงค่อยๆช้อนตาขึ้นมองผม นัยน์ตาของเขาฉายแววเว้าวอน สีหน้าของเขา... ทุกอย่าง... มันช่างดู...

                น่าทะนุถนอม...

                เขาดูราวกับงานศิลปะชิ้นงามที่แสนจะเย้ายวน ...เหมือนที่พี่ดองอุคพูดไม่มีผิดเพี้ยน

                “อาจารย์ครับ...” เสียงแผ่วเบาฟังดูหวานในโสตประสาทของผม ผมสบตาเขานิ่งเนิ่นนอนจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ และเมื่อไหร่ที่มือของเขามาสัมผัส ‘ส่วนนั้น’ ของผม

                “เธอทำอะไรนะ” ผมร้องอย่างตกใจ แต่ก่อนจะได้ห้ามอะไร ควอนจียงก็โน้มหน้าลงจุมพิตที่ร่างกายส่วนนั้นของผมผ่านเนื้อผ้า แม้จะมีกางเกงกั้นกลางระหว่างจุมพิตนั้น มันก็ไม่อาจลดความเสียวซาบซ่านใดๆให้กับผมได้เลย เรียวลิ้นเล็กแลบเลียผ่านเนื้อผ้า ผมรู้สึกถึงความร้อนที่แล่นผ่านเข้ามา และตอนนี้มันกำลังแล่นพล่านไปทั่วร่างกายผม

                “ผมอยากสัมผัสอาจารย์” ควอนจียงเอ่ยขณะเงยหน้าขึ้นสบตาผม สายตาที่ส่งมาช่างเย้ายวน จนผมเกือบหยุดหายใจ ร่างกายผมร้อนไปหมด เด็กนี่... ให้ตาย ตอนนี้หัวใจผมแทบจะเต้นทะลุออกจากอกแล้วด้วยซ้ำ

                “นะครับ...” เขาพูดเสียงแผ่วเบาอ่อนหวานออดอ้อนจนผม...แทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

                จินตนาการลามกของพี่ดองอุคเข้าซ้อนทับกับภาพของเขาตอนนี้ แย่ล่ะ นี่มันแย่มากๆ

                ก่อนที่ผมจะตอบอะไรกลับไป ควอนจียงก็ดึงกางเกงขาสั้นของผมลง เหลือเพียงผ้าเนื้อบางกั้นระหว่างผมกับลมหายใจร้อนของเขา ริมฝีปากอุ่นจุมพิตแผ่วเบาผ่านเนื้อผ้า แล้วความร้อนก็แล่นไปทั่วร่างกายผมอย่างมีอาจต้านทาน ผมไม่รู้ว่าต่อจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง รู้แค่สัมผัสอุ่นร้อนซาบซ่านแล่นไปทั่วทั้งกาย ทั้งเรียวลิ้น ทั้งริมฝีปากนุ่ม ทั้งหมดทำให้ผมแทบจะเป็นบ้า

                “อ๊า...” ผมครางออกมาอย่างอดกลั้นไม่อยู่ ผมเหลือบสายตามองกลับไปยังร่างเล็กตรงหน้า เส้นผมนุ่มเสียดสีต้นขาผมยิ่งสร้างความหวาบหวามให้มากยิ่งขึ้น ทั้งมือ ทั้งลิ้น ทั้งริมฝีปาก ผมแทบจะหลอมละลายได้อยู่แล้ว

                “จียง...เธอ...อ๊า...” ผมไม่อาจรวบรวมสติพูดออกมาให้เป็นประโยคได้ มัน...มันยอดเยี่ยมเกินไป

                “อาจารย์ชอบไหมครับ” เขาผละริมฝีปากออกพร้อมกับเอ่ยถามโดยที่มือเรียวคู่นั้นยังไม่ได้หยุดการกระทำใดๆ ผมเหลือบสายตามองเขา สายตาของเขากำลังจ้องตรงมาที่ผม นัยน์ตาแสนเย้ายวนคู่นั้น ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไร ควอนจียงก็ค่อยๆครอบครองร่างกายผมอีกครั้ง ริมฝีปากนุ่มจุมพิตแผ่วเบาที่ส่วนปลาย ก่อนจะค่อยๆคืบคลานช้าๆเข้ามา ผมรู้สึกได้ถึงเรียวลิ้นของเขา ที่กำลังสัมผัสวนเวียนไปมา จังหวะเร่งเร้าขึ้นเรื่อยๆ จนผมเริ่มจะทนไม่ไหว

                “จียง ฉัน...” ผมดึงเขาให้ออกห่างก่อนที่ร่างกายผมจะตึงเกร็ง และทุกสิ่งก็ได้รับการปลดปล่อยออกมา ผมหอบหายใจกับความรู้สึกซาบซ่านที่แผ่ไปทั่วร่างกาย ผมมองหน้าจียง ดูเหมือนว่า...ผมจะดึงเขาออกมาไม่ทันกาล

                ใบหน้าของเขา.. ใบหน้าที่มักเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของเขา ตอนนี้กลับเปรอะเปื้อนไปหมด

                ใบหน้าขาวเนียนหมดจด เวลานี้กลับสุกก่ำและเปรอะเปื้อน... เปื้อนไปด้วยคาบคาวของผม

                ...ช่างเย้ายวน

                ไม่ดีเอาซะเลย...

                ภาพใบหน้าของเขาจะต้องติดอยู่ในความทรงจำของผมไปอีกนานแน่นอน

                “เธอโอเคไหม ฉันขอโทษ” ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าผมจะขอโทษเขาทำไม แต่ผมก็รีบคว้าหาทิชชู่มาเช็ดหน้าเขาให้เร็วที่สุด ใบหน้าสุกก่ำนั้นฉายความเขินอายออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขานั่งนิ่งปล่อยให้ผมเช็ดใบหน้าเขาให้สะอาด “ฉันขอโทษ”

                “ไม่เป็นไรครับอาจารย์” เขาว่าพร้อมกับจับมือผม ดึงมือผมไว้แนบกับแก้มอุ่นของเขา “ผมพร้อมรับทุกอย่างที่เป็นอาจารย์ครับ”

                .

                .

                .

                .

                สถานการณ์แบบนี้มันล่อแหลมเกินไปมากๆ

                ผม... ยังคงไม่ได้จัดการตัวเองให้เรียบร้อย และเขา... ยังคงใบหน้าแดงก่ำ และริมฝีปากที่ยังดูเปียกชื้น

                นี่มันไม่ดีเอามากๆ

                “อ่า... จียง เธอไปนอนเถอะนะ” ผมพูดขึ้นพร้อมกับดึงมือออก ก่อนจะรีบจัดการกางเกงตัวเองให้เรียบร้อย พร้อมกับลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปห้องน้ำ”

                แล้วผมก็รีบเดินจากออกมาก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้น

                ให้ตายสิ...

                ผมกวักน้ำขึ้นล้างหน้าตัวเอง กวักแรงๆสักสองสามทีเพื่อเรียกสติตัวเอง

                นี่ผม... ผม... ผม...ให้เด็กนั้น ใช้ปากให้กับผม... และผมก็ยังเสร็จ... และทำเขา...เปื้อน

                นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่

                นี่มันบ้ามาก ผมเสร็จคาปากเขา!

                ผมมันเป็นคนที่แย่ที่สุด ทำไมผมถึงเป็นได้ขนาดนี้

                “ให้ตายสิ” ผมพึมพำออกมาขณะส่องกระจกมองหน้าตัวเอง “ตั้งสติหน่อยซึงฮยอน นั่นมันลูกศิษย์นายนะ”

                ผมหลับตาลงนิ่งก่อนจะถอนหายใจเฮือก หยิบผ้าขนหนูขึ้นซับหน้าตัวเอง

                นี่มันไม่ปลอดภัย...

                แต่ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันไม่ปลอดภัยสำหรับผม หรือสำหรับเขากันแน่

                ผมเดินออกมาจากห้องน้ำ ควอนจียงก็ไม่ได้อยู่ที่โซฟาอีกแล้ว เขาคงจะกลับเข้าไปนอนแล้วสินะ ผมทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังฉายชัดอยู่ในความทรงจำ โซฟาตัวนี้ ท่านั่งท่านี้ ผมรีบสะบัดหัวแรงๆเพื่อดึงสติกลับมา ก่อนจะรีบล้มตัวลงนอน

                พระเจ้า ช่วยผมด้วยเถอะ

                ช่วยให้ผม...มีสติกว่านี้ด้วยเถอะ

                พระเจ้าช่วยลูกด้วย

 

 

                “เมื่อคืนไปทำไรมา ดูไม่ได้เลย” ชเวดองอุคทักผม ทำให้ผมได้แต่เหลือบสายตามองเขา แล้วแอบคาดโทษเขาอยู่ในใจ ก็ใครล่ะที่ทำให้ผมมีจินตนาการลามกพวกนั้นจนเกิดเรื่องไม่เป็นเรื่องขึ้นเนี่ย

                “เอ๋... หรือว่า...”

                “...”

                “หรือว่า...”

                “...” มีไรก็พูดมาเถอะครับ

                “หรือว่า... นายจะ...”

                “อะไรครับ”

                “นายจะ...ปล้...”

                “ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละครับพี่!”ผมรีบโพล่งออกมาแทบไม่ทันก่อนที่พี่ดองอุคจะจบประโยค เขาชายตามองผมพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

                “นายคิดว่าฉันจะพูดอะไรงั้นหรอ” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้ผมปลงสุดขีด รู้สึกว่าตัวเองได้ทำพลาดไปเสียแล้ว

                “เปล่าครับ ผมแค่บอกว่าไม่มีอะไรเท่านั้นเอง” ผมแก้ต่างออกไป

                “หรอ แล้วเมื่อเช้า เห็นนั่งรถมากับควอนจียง...” พี่ดองอุคพูดทอดเสียงอย่างแฝงความนัย

ตอนนี้ถ้าถามผมว่า ผมเกลียดใครบ้างในโลกนี้ ผมมั่นใจว่า หนึ่งชื่อที่จะติดอันดับในนั้น จะต้องมี ‘ชเวดองอุค’ อย่างแน่นอน

                “...” หมดหนทางใดๆจะแก้ต่าง

                “ควอนจียงยังไม่ออกจากบ้านนายอีกเรอะ” เขาถาม ผมส่ายหน้าตอบ ชเวดองอุคแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะตบไหล่ผมเบาๆ “อย่าเสียเหลี่ยมเด็กมันก็ล่ะกัน เป็นถึงครูบาอาจารย์กันล่ะ”

                ...ถ้าพี่ไม่นับว่าการเผลอจูบ กะการปล่อยอารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลเมื่อคืนเป็นการเสียเหลี่ยม ผมก็คงยังไม่เสียล่ะมั้งครับ...

                เสียไปแล้วชัดๆ!

                ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะแยกตัวไปห้องทำงานของตัวเอง เฮ้อ ทำไมผมถึงได้รู้สึกเหนื่อยขนาดนี้นะ

                .

                .

                .

                .

                จริงๆคำถามของผมน่าจะเป็น เกิดอะไรขึ้นกับผม ทำไมผมถึงได้กลายเป็นคนที่...ที่อะไรดีล่ะ ปล่อยอารมณ์เหนือเหตุผล? เสียความเยือกเย็น? ทำตัวไม่สมเป็นอาจารย์คน? ฉวยโอกาส? ลามก?? หื่นกาม??? เป็นตาแก่ล่อลวงเด็ก????

                ชิท พอเถอะ ยิ่งคิดยิ่งไม่มีอะไรดี

                ผมต้องหยุดตัวเองซะล่ะ

                แค่มาค้าง2คืน ชีวิตผมยังปั่นป่วนได้ขนาดนี้ แล้วถ้าอยู่นานกว่านี้ อะไรจะเกิดขึ้น

                วันนี้คงจะให้ควอนจียงกลับไปค้างด้วยไม่ได้ซะล่ะ ไม่งั้นอะไรๆอาจจะยิ่งเกินเลยไปกว่านี้

                ผมต้องกลับมาเป็นอาจารย์ที่ดีให้ได้!